สุขภาพ

นี่คือสาเหตุต่างๆ ของมะเร็งช่องปาก

มะเร็งช่องปากสามารถโจมตีลิ้น ริมฝีปาก เหงือก แก้มใน หลังคาปาก ไปจนถึงลำคอได้ สาเหตุของมะเร็งช่องปาก คาดว่าน่าจะมาจากกรรมพันธุ์ นิสัยการสูบบุหรี่ เช่นกันการติดเชื้อไวรัส

จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) มีผู้ป่วยมะเร็งช่องปากประมาณ 650,000 รายที่พบทุกปี และมากกว่าครึ่งหนึ่งนำไปสู่การเสียชีวิตจากโรคนี้

มะเร็งช่องปากส่วนใหญ่เป็นมะเร็งชนิด squamous cell carcinoma ซึ่งมีแนวโน้มแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยมะเร็งช่องปากมักไม่รู้สึกถึงอาการ ดังนั้นภาวะนี้มักจะตรวจพบเมื่อเข้าสู่ระยะลุกลามเท่านั้น

เมื่อเข้าสู่ระยะที่ลุกลามมากขึ้น มะเร็งช่องปากสามารถแสดงอาการได้ในรูปของแผลเปื่อย รอยแดงหรือขาวในปากที่ไม่ดีขึ้นภายใน 2 สัปดาห์ มีก้อนโตในปาก ชาหรือเจ็บในปาก และหายใจลำบาก กลืนหรือพูด

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งช่องปาก

มะเร็งในช่องปากเกิดขึ้นเมื่อเซลล์ในปาก รวมทั้งลิ้น เหงือก และริมฝีปาก มีการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม (การกลายพันธุ์) การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ทำให้เซลล์เติบโตและเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ จนเกิดเป็นมะเร็ง

ยังไม่ชัดเจนว่าอะไรเป็นสาเหตุให้เซลล์ในปากกลายพันธุ์ แต่เป็นที่ทราบกันดีว่ามีปัจจัยหลายประการที่สามารถเพิ่มความเสี่ยงของบุคคลในการเป็นมะเร็งในช่องปากได้ หนึ่งในนั้นคือถ้ามีครอบครัวทางสายเลือดที่เป็นมะเร็ง

นอกจากประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งแล้ว โรคนี้ยังมีความเสี่ยงต่อผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงดังต่อไปนี้:

1 เดือนควัน

ยาสูบเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดสำหรับมะเร็งช่องปาก การสูบบุหรี่ ซิการ์ บุหรี่ท่อ (ช้างคลอง) หรือยาสูบแบบเคี้ยวสามารถเพิ่มโอกาสเป็นมะเร็งช่องปากได้ระหว่าง 50-85% นอกจากคนที่สูบบุหรี่อย่างแข็งขันแล้ว ความเสี่ยงของมะเร็งในช่องปากก็อาจเกิดขึ้นได้หากสูบบุหรี่แบบพาสซีฟ

2. การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ

ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำอาจมีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งในช่องปากและมะเร็งลำคอเพิ่มขึ้นถึง 6 เท่า เมื่อเทียบกับผู้ที่มีวิถีชีวิตที่มีสุขภาพดี ความเสี่ยงจะสูงขึ้นมากหากประกอบกับนิสัยการสูบบุหรี่

อาจเป็นเพราะนิสัยที่ไม่ดีทั้งสองนี้สามารถสร้างความเสียหายให้กับเซลล์ในปากได้ ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในลักษณะทางพันธุกรรมที่ทำให้พวกเขาเป็นมะเร็ง

3.โดนแสงแดดบ่อยๆ

การสัมผัสกับแสงแดดหรือรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) มากเกินไปถือเป็นสาเหตุของมะเร็งช่องปากในบริเวณริมฝีปาก สิ่งนี้มีความเสี่ยงมากกว่าสำหรับผู้ที่อยู่กลางแดด

4. Teriการติดเชื้อ Human Papilloma Virus (เอชพีวี)

HPV บางชนิด โดยเฉพาะไวรัส HPV type 16 อาจทำให้เนื้อเยื่อในช่องปากเติบโตผิดปกติ นี้สามารถเพิ่มความเสี่ยงของมะเร็งช่องปาก คุณสามารถติดเชื้อ HPV ได้ในระหว่างกิจกรรมทางเพศ รวมทั้งการมีเพศสัมพันธ์ทางปากกับบุคคลที่ติดเชื้อ HPV

นอกจากมะเร็งในช่องปากแล้ว ไวรัส HPV ยังทำให้เกิดโรคอื่นๆ อีกหลายอย่าง เช่น หูดที่อวัยวะเพศและมะเร็งปากมดลูก

5. ขาดสุขอนามัยในช่องปาก

สุขภาพช่องปากและฟันที่ไม่ดีก็มีส่วนทำให้เกิดมะเร็งในช่องปากเช่นกัน คิดว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับบาดแผลและการอักเสบเรื้อรังของปากอันเนื่องมาจากสุขอนามัยในช่องปากที่ไม่ดี ทำให้เซลล์ในช่องปากได้รับความเสียหาย

ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่า คนที่ไม่ค่อยแปรงฟัน ไม่ไปหาหมอฟันเพื่อตรวจสุขภาพช่องปากและฟันเป็นประจำ ใช้ฟันปลอม ฟันหักหรือเสียหายที่ไม่ได้รับการรักษา และมักเป็นโรคเหงือกอักเสบมีความเสี่ยงมากกว่า พัฒนาโรคเหงือก มะเร็งช่องปาก

6. มี pนิสัยการกินที่ไม่ดี

มีการศึกษาที่เปิดเผยว่ารูปแบบการกินที่ไม่ดีต่อสุขภาพ เช่น การไม่ค่อยกินผักและผลไม้ เชื่อกันว่าจะเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งในช่องปาก ความเสี่ยงนี้สามารถลดลงได้โดยการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่สมดุล

7. ทุกข์จากโรคบางชนิด

ภาวะต่างๆ เช่น เม็ดเลือดขาว, เม็ดเลือดแดง (การปรากฏตัวของรอยแดงในปาก) และเนื้องอกต่อมน้ำลาย เชื่อว่าจะเพิ่มความเสี่ยงของมะเร็งในช่องปาก นอกจากนี้ การติดเชื้อเอชไอวีและไวรัส Epstein-Barr (EBV) อาจทำให้เซลล์ในปากเปลี่ยนเป็นเซลล์มะเร็งได้

เพื่อไม่ให้เป็นมะเร็งในช่องปาก ให้หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงบางประการ ได้แก่ เลิกบุหรี่ ลดการบริโภคแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงพฤติกรรมทางเพศที่เสี่ยง การฉีดวัคซีน HPV และตรวจฟันและปากกับทันตแพทย์เป็นประจำ

นอกจากนี้ อย่าลืมตรวจสุขภาพช่องปากด้วยตนเองเป็นประจำที่บ้านด้วย เคล็ดลับคือการดูที่ช่องปากโดยใช้กระจกและดูว่ามีก้อน แพทช์ หรือแผลเปื่อยหรือไม่ รวมทั้งแผลที่หายนานบนลิ้น ริมฝีปาก เพดานปาก และช่องปาก